เจ้าหน้าที่พิทักษ์ชนกลุ่มน้อยดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการกีดกัน

เมื่อมีเรื่องการกีดกันเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่พิทักษ์ชนกลุ่มน้อยจะ
  • ชี้ช่องทาง ให้คำปรึกษา หรือริเริ่มทำ เพื่อว่าการกีดกันจะได้ไม่เกิดต่อหรือเกิดขึ้นอีก
  •  ริเริ่มให้คู่กรณีทำความตกลงกันในเรื่องที่เกิดขึ้น
  • ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ประกอบการซึ่งตกเป็นผู้สงสัยว่าทำการกีดกันชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น
  • ตั้งเงื่อนไขปรับ ถ้าผู้ต้องสงสัยว่าทำการกีดกันไม่ให้คำชี้แจงที่ร้องขอ
  • นำเรื่อง หรือช่วยเหลือผู้ร้องทุกข์ทำเรื่องส่งไปยัง ** คณะกรรมการเกี่ยวกับการกีดกัน ** 
ในทางปฏิบัติ สำนักงานพิทักษ์ชนกลุ่มน้อยจะให้คำแนะนำและถ้าจำเป็นจะเป็นผู้ริเริ่มมาตรการ
ดำเนินการ โดยการขอให้ฝ่ายตรงข้ามกับผู้ร้องทุกข์ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น และให้ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
แหล่งต่าง ๆ สำนักงานพิทักษ์ชนกลุ่มน้อยมีสิทธิตามกฏหมายในการได้รับข้อมูลอย่างกว้างขวาง และ
โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎในการรักษาความลับ สามารถได้รับข้อมูลจากพนักงานเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย การทำความกระจ่างในเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่พิทักษ์ชนกลุ่มน้อยจะให้คำแถลงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิด
และถ้าจำเป็นจะให้แนวทางปฏิบัติแก่ฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ก็แนะนำให้ยุติการกีดกัน
 
เจ้าหน้าที่พิทักษชนกลุ่มน้อยไม่มีอำนาจในการกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ดำเนินการโดย
วิธีใดวิธีหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เวลาพิจารณาคำร้องที่พิจารณาเรียงตามลำดับหรือผลสุดท้ายในการตัดสิน
ใจ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ชนกลุ่มน้อยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจที่พนักงานเจ้าหน้าที่
อื่น ๆ ได้กระทำไปแล้ว
 
หลังจากการไตร่ตรองด้วยตัวเิองแล้วผู้ร้องทุกข์สามารถส่งเรื่องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายไปยัง ** คณะกรรมการเกี่ยวกับการกีดกัน **  ในบางกรณีสำนักงานพิทักษ์ชนกลุ่มน้อยจะให้ความช่วย
เหลือด้วย เมื่อต้องทำคำร้องส่งคณะกรรมการเกี่ยวกับการกีดกัน
 
สำนักงานพิทักษ์ชนกลุ่มน้อยให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายส่วนใหญ่ในรูปของคำชี้แนะ แต่
ทางสำนักงานจะช่วยเหลือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการหาผู้ช่วยเหลือทางกฎหมายจากสำนักงานทั่ว ๆ
ไปให้ และช่วยหานักกฎหมายเอกชนมาช่วย
 
ในกรณีพิเศษจริง ๆ เท่านั้นที่สำนักงานพิทักษ์ชนกลุ่มน้อยสามารถให้ความช่วยเหลือหรือกำหนด
ให้เจ้าหน้าที่ของทางสำนักงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ที่ได้รับการกีดกันหรือหาผู้ช่วย
เหลือทางกฎหมายให้ ทั้งนี้ทั้งนั้นมีเงื่อนไขอยู่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมีขอบเขตกว้างและมีความหมาย
เป็นพิเศษต่อการป้องกันการกีดกัน





< ย้อนกลับ > พิมพ์หน้านี้